5 ข้อดีของ Public Cloud ที่ช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจยุคใหม่

Public Cloud

การทำธุรกิจในยุคนี้แตกต่างจากสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง เพราะเดิมทีหากเราต้องการเริ่มต้นโครงการด้านไอทีสักอย่าง ต้องสำรองงบประมาณก้อนโตเพื่อลงทุนกับเซิร์ฟเวอร์ชุดใหญ่ภายในสำนักงาน และตามมาด้วยภาระต้นทุน ทั้งค่าไฟฟ้าและค่าระบบทำความเย็นที่ต้องรันตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้เชี่ยวชาญมาดูแลระบบ แต่พอมี Public Cloud เข้ามาการทำงานก็เปลี่ยนไปทันที เพราะเราสามารถเข้าถึงทรัพยากรคอมพิวเตอร์แรง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตได้เลยโดยไม่ต้องซื้อเครื่องเอง ช่วยลดทั้งภาระและประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มาก จนกลายเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจยุคนี้

ทำไม Public Cloud ถึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดต้นทุนธุรกิจ

หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ Public Cloud สามารถครองใจทั้งเจ้าของธุรกิจและฝ่ายบัญชี คือความสามารถในการพลิกโฉมรูปแบบการลงทุนทางไอที จากเดิมที่บริษัทจำเป็นต้องทุ่มเงินจำนวนมากไปกับสินทรัพย์ถาวร เปลี่ยนมาเป็นการจ่ายตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการดำเนินงานแทน ซึ่งจุดเปลี่ยนนี้เองที่เข้ามาช่วยให้กระแสเงินสดภายในองค์กรมีความคล่องตัวและไหลเวียนได้ดีกว่าเดิมหลายเท่าตัวเท่า

1. ตัดภาระงบประมาณในการลงทุนฮาร์ดแวร์ราคาสูง

เมื่อก่อนหากคุณมีแผนจะเริ่มต้นก่อตั้งบริษัทหรือต้องการขยายระบบเพื่อรองรับการเติบโต สิ่งแรกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการสำรองเงินทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงราคาหลักแสนหรืออาจแตะระดับหลักล้านมาติดตั้งไว้ในออฟฟิศ แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบ Public Cloud คุณจะสามารถตัดงบลงทุนก้อนใหญ่ส่วนนี้ออกไปจากบัญชีได้ทันที เนื่องจากผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบภาระด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทั้งหมดด้วยตัวเอง สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่การสมัครเข้าใช้งาน เลือกคุณสมบัติหรือสเปกที่ตอบโจทย์ความต้องการ จากนั้นก็สามารถเริ่มรันโปรเจกต์สำคัญได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

2. รูปแบบการชำระเงินตามการใช้งานจริง

ปัจจัยหลักที่ทำให้บริการคลาวด์สาธารณะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุด คือระบบการคิดเงินแบบจ่ายตามจริงหรือ Pay-as-you-go หากในเดือนนี้โครงการของคุณยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น มีขนาดเล็ก หรืออยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอาจจะมีเพียงแค่หลักร้อยหรือหลักพันบาทเท่านั้น ช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องแบกรับภาระจากการซื้ออุปกรณ์ที่เกินความจำเป็น ซึ่งคุณสมบัตินี้ช่วยให้การบริหารจัดการงบประมาณทำได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องเผชิญกับภาวะเงินจมไปกับทรัพย์สินทางไอทีที่นับวันจะมีแต่ล้าสมัยลงตามกาลเวลา

3. หมดกังวลเรื่องค่าเสื่อมสภาพและงบบำรุงรักษา

ปกติแล้วอุปกรณ์ด้านไอทีมีอายุการใช้งานจำกัดและมูลค่าจะลดน้อยถอยลงในทุก ๆ ปี นอกจากนี้ยังมีต้นทุนแฝงที่เป็นเงาตามตัว ไม่ว่าจะเป็นค่าต่อสัญญาประกันอุปกรณ์ หรือค่าอะไหล่ต่าง ๆ ในยามที่ฮาร์ดดิสก์เกิดความเสียหาย แต่การหันมาใช้บริการ Public Cloud จะช่วยให้คุณสามารถยกความกังวลใจเหล่านี้ออกไป เพราะผู้ให้บริการจะเป็นผู้ดูแลแทนทั้งหมดและยังทำการอัปเกรดระบบให้ทันสมัยโดยอัตโนมัติ คุณจึงมั่นใจได้ว่าระบบที่ใช้งานอยู่นั้นคือเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดเสมอ โดยไม่ต้องควักเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อเครื่องใหม่มาทดแทนในทุก ๆ 3-5 ปี เหมือนการซื้อขาดแบบในอดีต

4. ความยืดหยุ่นในการปรับขนาดทรัพยากรได้ตามต้องการ

ข้อดีของบริการคลาวด์สาธารณะคือ ฟีเจอร์ Auto-scaling หรือการปรับขนาดทรัพยากรแบบอัตโนมัติ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในเชิงธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น หากในช่วงเวลาใดที่ธุรกิจของคุณมียอดผู้เข้าใช้งานหรือทราฟฟิกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบจะทำการขยายขนาดตัวเองเพื่อรองรับการใช้งานมหาศาลนั้นได้ในทันทีโดยไม่มีอาการสะดุด และในทางกลับกัน เมื่อถึงช่วงเวลาที่จำนวนลูกค้าเบาบางลง คุณก็สามารถปรับลดขนาดทรัพยากรลงมาให้เหมาะสมได้ทันทีเช่นกัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายลดลงตามสัดส่วนการใช้งานจริง ช่วยปิดช่องโหว่เรื่องการจ่ายเงินทิ้งขว้างโดยเปล่าประโยชน์

5. การประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ใช้สอย

การตัดสินใจสร้างห้อง Data Center หรือศูนย์ข้อมูลเป็นของตัวเองนั้น หมายถึงภาระค่าไฟฟ้าจำนวนมากที่จะตามมาในทุก ๆ เดือน ทั้งจากกำลังไฟที่ใช้รันตัวเครื่องเซิร์ฟเวอร์โดยตรงและจากระบบทำความเย็นที่ต้องทำงานหนักตลอดเวลาเพื่อให้เครื่องทำงานได้เสถียร นอกจากนี้ยังต้องสูญเสียพื้นที่อันมีค่าภายในออฟฟิศไปกับการจัดวางตู้แร็คและอุปกรณ์เครือข่ายต่าง ๆ แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบ Public Cloud คุณจะสามารถทวงคืนพื้นที่เหล่านั้นกลับมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนห้องเก็บเซิร์ฟเวอร์ที่เคยแออัดให้กลายเป็นห้องประชุม หรือเนรมิตให้เป็นมุมพักผ่อนสันทนาการสำหรับพนักงาน ซึ่งถือเป็นการลดต้นทุนแฝงในเชิงบริหารจัดการที่หลายคนอาจมองข้ามไป

การตัดสินใจเลือกใช้ Public Cloud ไม่ได้เป็นเพียงการดำเนินธุรกิจตามกระแสนิยมเท่านั้น หากเป้าหมายของคุณคือการขับเคลื่อนธุรกิจให้มีความคล่องตัว ลดความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็น และต้องการทุ่มเทเวลาเพื่อโฟกัสไปที่การสร้างยอดขายหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มากกว่าการเสียเวลาลงไปกับการนั่งซ่อมแซมหรือดูแลระบบคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบคลาวด์จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในชั่วโมงนี้